Nov 8

เทศกาลลอยกระทงเริ่มขึ้นแล้ว  ใครยังไม่มีคู่ไปงานลอยกระทงก็คงต้องเหงากันต่อปายยยยย เอิ๊ก ๆ  วันนี้มาอ่านนิทานเจ้าชายผู้พิชิตแบบขำ ๆ ครับ  เ้อ้า…สนุกหรือไม่มันส์ยังไงมาดูกัน

ณ เมืองทอฟฟี่ เมืองที่เต็มไปด้วยขนมหวานสารพัด ช็อกโกแลต และอาหารทอดนานาชนิด กำลังเกิดปัญหาใหญ่ เพราะตอนนี้ชาวเมืองจำนวนมากเริ่มมีสุขภาพไม่แข็งแรงและเจ็บป่วยอยู่เสมอ

เจ้า เมืองทอฟฟี่คือเจ้าชายลอยกระทงผู้มีจิตใจงดงาม รู้สึกทุกข์ใจมาก จึงไปขอคำปรึกษาจากผู้เฒ่าดุ๊ยดุ่ย ซึ่งให้คำแนะนำว่า เจ้าชายลอยกระทงต้องเดินทางไปที่เมืองทั้งหลายเพื่อช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพดี ขึ้น เมื่อเจ้าชายลอยกระทงและทหารไปถึงเมืองฟรุตตี้ พบว่าเมืองนี้เต็มไปด้วยผลไม้ เจ้าชายลอยกระทงถามชาวเมืองฟรุตตี้ถึงเส้นทางไปยังถ้ำลึกลับ และได้คำตอบว่า “ถ้า ท่านอยากรู้ทางไปถ้ำลึกลับ ท่านและชาวเมืองต้องกินอาหารที่มีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบ ต้องดื่มนมวันละหนึ่งแก้วทุกๆวัน และต้องกินขนมหวานหรือลุกกวาดแต่น้อย หากทำได้ เราจึงบอกทางไปถ้ำลึกลับแก่ท่าน”

เจ้าชายลอยกระทงสั่งให้ทหารรีบไปบอกให้ชาวเมืองทอฟฟี่ทุกคนทำตามเมื่อครบกำหนดห้าวัน ชาวเมืองฟรุตตี้จึงบอกว่า “ท่าน จงเดินไปตามลำธารนี้ แล้วท่านก็จะได้พบกับเทพแห่งน้ำ ผู้ซึ่งรักความสะอาดเป็นที่สุด ท่านและชาวเมืองต้องดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายให้ดีจึงจะผ่านไปยังถ้ำ ลึกลับได้” เจ้าชายลอยกระทงรีบสั่งให้ทหารไปบอกชาวเมืองทุกคนให้รู้จัก ดูแลรักษาความสะอาด ของร่างกายให้ดีที่สุด เจ้าชายลอยกระทงมุ่งหน้าเดินไปตามลำธาร จนได้พบกับเทพแห่งน้ำ

“ยี้! เจ้าคนสกปรก ข้าไม่มีวันให้เจ้าผ่านไปหรอก” เทพแห่งน้ำดุใส่ “ท่าน เทพที่เคารพ ข้าและชาวเมืองทอฟฟี่ทุกคน มีร่างกายที่สะอาดหากท่านไม่เชื่อ ก็ลองตรวจดูสิ หากข้าสะอาดพอ ท่านต้องอนุญาตให้ข้าผ่านไปยังถ้ำลึกลับนะ” เทพแห่งน้ำตรวจดูแล้ว เห็นว่าเจ้าชายลอยกระทงมีร่างกายที่สะอาด จึงยอมให้ผ่านไปโดยดี

เจ้าชายลอยกระทงเดินทางต่อไปจนถึงถ้ำลึกลับซึ่งมีช้างยักษ์สีเงินเป็นผู้รักษาปากถ้ำ มันบอกว่า “หาก ท่านอยากได้วัคซีนสุขภาพ ท่านและชาวเมืองต้องนอนหลับอย่างน้อยวันละแปดชั่วโมง และต้องออกกำลังกายอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง เป็นเวลาสิบวัน หากพวกท่านทำได้ ท่านก็จะได้เข้าไปในถ้ำลึกลับอย่างแน่นอน”

เมื่อ ครบสิบวัน เจ้าชายลอยกระทงกลับไปพบช้างยักษ์สีเงิน ซึ่งหลีกทางให้เข้าไปในถ้ำลึกลับแต่โดยดี ในถ้ำมีอากาศบริสุทธิ์และมีแสงแดดส่องตรงกลางถ้ำมีแท่นหินสีทองแวววาว ภายในมีขวดวัคซีนสีฟ้าสดใส เมื่อเจ้าชายลอยกระทงเอื้อมมือไปแตะ ขวดวัคซีนก็ลอยขึ้นและหายวับไป ชาวเมืองฟรุตตี้ เทพแห่งน้ำ และช้างยักษ์สีเงินปรากฏตัวพร้อมกันแล้วบอกว่า “วัคซีน สุขภาพที่ท่านต้องการนั้น ไม่มีหรอก ขอเพียงแต่ท่านและชาวเมืองหมั่นทำตามสิ่งที่พวกเราบอกไปอย่างสม่ำเสมอพวก ท่านทุกคนก็จะมีสุขภาพดีแน่นอน”

ทันใดนั้น แสงสีขาวก็สาดแสงใส่จนตาพร่า เมื่อเจ้าชายลอยกระทงลืมตาขึ้นพบว่าตนเองยืนอยู่ที่เมืองทอฟฟี่ ท่ามกลางชาวเมืองที่มาคอยต้อนรับด้วยความยินดีและบอกว่า “ทุกสิ่งที่เจ้าชายลอยกระทงสั่งให้พวกเราทำ ช่วยให้พวกเราหายป่วยและมีสุขภาพดีทุกคนเลย”

…ดัดแปลงจากเรื่อง เจ้าชายไข่ตุ๋นผู้พิชิต  (thaihealth.or.th)

beststory2u.com ร่วมรณรงค์และส่งเสริมให้ทุกคนไปลอยกระทง

Nov 1

ศีล 5 นั้น มีประโยชน์โดยรวม 2 ด้านคือ
1.) เพื่อความสงบสุขของสังคม คือเพื่อป้องกันการล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น อันจะส่งผลให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ความหวาดระแวง และความวุ่นวายในสังคม

2.) เพื่อพัฒนาจิตใจของผู้ที่ถือศีลนั้นเอง เพราะศีล 5 นั้น ถูกบัญญัติขึ้นมาเพื่อควบคุม ไม่ให้มีการแสดงออกทางกาย หรือทางวาจา ไปในทางที่ตอบสนองอำนาจของกิเลส มาดูกันว่าเมื่อเราผิด ศีล แต่ละข้อเราจะได้รับโทษอะไรกันบ้าง

ผิดศีลข้อ 1 ฆ่าสัตว์,เบียดเบียนทำร้ายสัตว์,กักขังทรมาณสัตว์
เมื่อคุณทำผิดศึลข้อนี้ คุณจะได้รับผลกรรมดังนี้
1. มักมีปัญหาสุขภาพ ขี้โรค มีโรคเรื้อรัง ป่วยออด ๆ แอด ๆ
2. มีอุบัติเหตุบ่อยๆ อายุสั้นลง
3. อาจพิกลพิการ มีปัญหาร่างกายไม่สมส่วน ไม่สมประกอบ
4. ตายแบบเดียวกับที่ไปฆ่าไปทรมาณสัตว์ไว้
สิ่งที่คุณควรจะทำเมื่อเห็นว่าคุณมีบาปข้อนี้หนา
1. พยายามไม่ฆ่าสัตว์ไม่ทำร้ายหรือเบียดเบียน ไม่แกล้ง ไม่กักขัง ไถ่ชีวิตสัตว์เช่นซื้อปลาที่แม่ค้ากำลังจะประหารชีวิตแล้วเอาไปปล่อยแหล่งที่ปลอดภัย เช่น เขตอภัยทาน

ผิดศีลข้อที่ 2 ลักทรัพย์ ขโมย ฉ้อโกง ยักยอก ทำลายทรัพย์
เมื่อคุณทำผิดศึลข้อนี้ คุณจะได้รับผลกรรมดังนี้
1. คุณจะไม่เจริญรุ่งเรืองในการทำธุรกิจต่าง ๆ
2. มีเหตุให้เสียทรัพย์สิน ต้องชดใช้ให้คนอื่น
3. จะมีคนมาช่วยคุณใช้ทรัพย์ของคุณจนเกลี้ยง
4. ลูกหลานแย่งชิงมรดก โดนลักขโมยบ่อยๆ
สิ่งที่คุณควรจะทำเมื่อเห็นว่าคุณมีบาปข้อนี้หนา
1. อยากได้ของคนอื่นก็ต้อง ก็ขอกับเจ้าของเสียก่อนและให้เจ้าของเค้าอนุญาต
2. หัดหมั่นทำบุญ ถวายสังฆท าน บริจาคค่าน้ำค่าไฟวัด
3. มีสัมมาอาชีพไม่ฉ้อโกงใคร

ผิดศีลข้อ 3 ประพฤติผิดในกาม ผิดลูก ผิดเมียเขา นอกใจคู่ครอง ข่มขืน ค้าประเวณี ล่วงเกินทางเพศ
เมื่อคุณทำผิดศึลข้อนี้ คุณจะได้รับผลกรรมดังนี้
1. ขึ้นคานแน่นอน 100%
2. เป็นหม้าย
3. คบใครก็เจอแต่คนเจ้าชู้ โดนหลอกฟัน ท้องไม่รับ เสียตัวฟรี
4. ต้องเหตุที่ต้องพลัดพรากจากคนรักและของรักอยู่เสมอ
สิ่งที่คุณควรจะทำเมื่อเห็นว่าคุณมีบาปข้อนี้หนา
1. ไม่ทำผิดเรื่องทางเพศ ไม่ทำให้ใครรู้สึกผิดหวังเสียใจในเรื่องความรัก
2. ไม่กีดกันไม่คิดแย่งหรือไปรักกับคนรักของใคร
3. รักเดียวใจเดียว ไม่นอกใจไม่มีกิ๊ก พอใจในคู่ครองของตนเอง
4. ยินดีเมื่อคนที่เรารักมีความสุข
5. ไปวัดถวายเทียนคู่ซะบ้าง

ผิดศีลข้อ 4 โกหก ชอบพูดปด หลอกลวงผู้อื่นใส่ร้ายผู้อื่น ยุแยงให้คนแตกกัน ใช้วาจาดูหมิ่น
เมื่อคุณทำผิดศึลข้อนี้ คุณจะได้รับผลกรรมดังนี้
1. ปากไม่สวยหรือเบี้ยว ฟันไม่สวย มีกลิ่นปาก
2. มีคนซุบซิบนินทาเรื่องของเรา มีคนนินทา
3. ไม่มีใครเชื่อในคำพูดของเรา
สิ่งที่คุณควรจะทำเมื่อเห็นว่าคุณมีบาปข้อนี้หนา
1. ไม่พูดโกหกหรือส่อเสียดนินทายุแยงใคร
2. เปลี่ยนการพูดซะใหม่โดยพูดตามความเป็นจริงทุกอย่าง สิ่งใดควรพูดก็ควรพูดไม่ควรพูด
3. ไม่นินทาผู้มีพระคุณ เช่น พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ (ข้อนี้สำคัญมาก)
4. ให้คำสัญญาใครไว้ต้องรักษา

ผิดศีลข้อ 5 ดื่มหรือเสพของมึนเมาและยาเสพติดให้โทษ
เมื่อคุณทำผิดศึลข้อนี้ คุณจะได้รับผลกรรมดังนี้
1. สติปัญญาไม่ดี ขี้หลงขี้ลืม เรียนไม่เก่ง อ่านหนังสือไม่จำ
2. หมดทรัพย์ สิ้นสมบัติที่มีอยู่
3. ถ้าบาปข้อนี้หนามากอาจจะทำให้เป็น เอ๋อ ปัญญาอ่อน เป็นโรคทางปัญญา
4. มีลูกหลานติดยาเสพติด เพราะเห็นอย่างที่ไม่ดีจากเรา
5. ไม่มีสติ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
สิ่งที่คุณควรจะทำเมื่อเห็นว่าคุณมีบาปข้อนี้หนา
1. ไม่ดื่มของมึนเมาและยาเสพติดทุกชนิด
2. เปลี่ยนจากน้ำเมาเป็นน้ำมนต์
3. ดื่มเหล้ามันขม เปลี่ยนมาดื่มนมดีกว่า

Sep 12

“พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตพอเพียง”
หากเราตั้งใจฟังพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานอย่างมีสติก็จะเห็นว่า แท้จริงแล้วทรงเตือนพวกเราถึงเรื่องการดำเนินชีวิตอย่างประหยัด พอเพียง และเรียบง่ายมาเป็นเวลานานแล้ว
ทรงรับสั่งเกี่ยวกับเรื่อง การกินการโกง ว่า หากบ้านเมืองผู้คนยังโกงฉ้อราษฎร์บังหลวงอยู่อย่างนี้ บ้านเมืองจะพินาศ
จริงๆแล้วหากจะขจัดการกินการโกงฉ้อราษฎร์บังหลวงแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคงต้องเริ่มจากตัวเองเสียก่อน คือ ทุกคนต้องปรับพฤติกรรมการเป็นอยู่ของตัวเองให้มีชีวิตบนความพอดี พอเพียง ประหยัด อดออม อยู่อย่างเรียบง่าย จะได้ไม่แสวงหาประโยชน์บนความสกปรก ง่ายที่สุดก็คือ “ต้องประหยัด”
ในเรื่องนี้พวกเราไม่ต้องแสวงหาที่ไหน เพียงแต่ตั้งสติดำเนินชีวิตตามรอยเบื้องพระยุคลบาทก็ไป สู่ความพอดี พอเพียง และประโยชน์สุขแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอุปนิสัยที่ข้าราชบริวารและข้าราชการที่ใกล้ชิดทราบกันดีว่า ทรงประหยัด ซึ่งเป็นพระอุปนิสัยที่ติดพระองค์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชินีนาถ ทรงฝึกให้พระราชโอรสและพระราชธิดา รู้จักวิธีการประหยัด อดออม ตั้งกระป๋องออมสินไว้กลางที่ประทับ ทรงเรียกว่า กระป๋องคนจน เมื่อถึงสิ้นเดือนจะทรงประชุมทั้ง 3 พระองค์ว่า จะนำเงินก้อนนี้ไปทำประโยชน์ อย่างไร หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจนอย่างไร
สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวในพระราชสำนัก หรือจากสารคดีเฉลิมพระเกียรติก็จะเห็นบ่อยครั้งและอาจสงสัยว่า ทำไมพระเจ้าแผ่นดินทรงใช้ดินสอที่เหลือสั้นกุดนิดเดียว ใครจะนำไปทิ้งไม่ได้ เพราะจะทรงกริ้วอย่างมาก หรือแม้แต่ฉลองพระองค์สูทหรือเบลเซอร์ ถ้าสังเกตให้ดีก็จะเห็นว่า จะทรงสูทองค์เดิมให้เห็นซ้ำๆ บ่อยๆ แม้ว่าจะเสด็จฯในต่างสถานที่และต่างเวลา ทั้งนี้ก็เพราะทรงประหยัด ทรงใช้สิ่งของต่างๆอย่างคุ้มค่าและทะนุถนอม
แม้กระทั่งฉลองพระบาทที่ทรงใช้เวลาเสด็จฯไปเยื่อมราษฎรในพื้นที่ต่างๆ ก็จะทรงฉลองพระบาท องค์เดิม ไม่ใช่ยี่ห้อยอดนิยมหรือมีราคาแพงเลย ราคาไม่กี่ร้อย คู่ไหนชำรุดก็ทรงส่งซ่อมร้านเล็กๆ ใกล้ๆ วัง ทรงใช้คุ้มราคาคุ้มค่าที่สุด
ส่วนนาฬิกาที่ทรงใช้นั้น แม้จะมีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายนาฬิกายี่ห้อดัง ราคาแพง ก็ไม่ได้ทรงใช้ ทรงใช้นาฬิกา ธรรมดาที่ประชาชนทั่วไปใช้กันอยู่ ทรงมีนาฬิกาเพื่อใช้บอกเวลา ไม่ได้ทรงใช้เพื่อการอื่น มักจะรับสั่งว่า ฉันใส่นาฬิกายี่ห้อ ใส่แล้วโก้ คณะทันตแพทย์เคยนำภาพหลอดยาสีพระทนต์ที่ทรงใช้แล้วมาแสดงให้ดู ทรง รีดเสียแบนราบ แม้ถึงกระเปาะใกล้จุก ซึ่งอย่างดีเราก็เอานิ้วกดๆ จนคิดว่าหมด แต่ของพระองค์ทรงกดจนแบนติด เรียกว่าหมดเกลี้ยงจริงๆ
นอกจากนี้ทรงประหยัดในการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ ทรงเน้นว่า เป็นการประหยัดเพื่อให้เกิดความยั่งยืน มีกินมีใช้ไปชั่วลูกหลาน ทรงทำให้เห้นเป็นตัวอย่างอยู่ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีอยู่มากมายหลายพันโครงการ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระองค์ โดยยึดแนวทางแห่งการประหยัด มีเพียงเรื่องเดียวที่ไม่ได้ทรงประหยัดเลยก็คือ น้ำพระทัย และพระราชดำริที่พระราชทานมาตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรไทยให้มีความเป้นอยู่อย่างพอเพียง อยู่ดีกินดี และดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขกันถ้วนหน้า

« Previous Entries